Monday, August 10, 2009

ความรักของแม่ ... (Mother's Day)

ตอนเช้าไปร่วมกิจกรรมวันแม่ที่โรงเรียนอนุบาลของลูกชายมาค่ะ และเพิ่งอ่านหนังสือธรรมะ "ทำไม" ของท่านชยสาโรจบ สาเหตุที่ต้องอ้างชื่อหนังสือ "ทำไม" ขึ้นมาในวันนี้ เพราะเหตุผล 4 ประการ ...


เหตุผลข้อแรกคือ พรุ่งนี้เป็นวันแม่ เหตุผลข้อที่สองคือ มีบทความเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่เกี่ยวกับความรักของแม่ อ่านแล้วประทับใจมาก แต่คนที่ทราบเรื่องราวเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่เป็นไร อ่านซ้ำอีกก็ได้นะคะ เหตุผลข้อที่สามคือ มีวาทะที่ดีงามและเฉียบคมบางตอนของท่านชยสาโรที่อยากจะนำมาฝากกัน (ในอนาคต) ส่วนเหตุผลข้อที่สี่ ดิฉันจะเฉลยให้ในอนาคต (เช่นกัน)

... อาตมาเคยฟังนิทานของชาวทิเบตเรื่องความรักของแม่ เขาเล่าว่า มีเศรษฐีคนหนึ่งมีภรรยาสองคน ภรรยาหลวงไม่มีลูกและกำลังอิจฉาภรรยาคนที่สองซึ่งเพิ่งมีลูกชายคนแรก ลูกยังเป็นทารกอยู่ เศรษฐีก็ตาย สงสัยว่าบ้านเขาคงอยู่ห่างไกลจากคนอื่น เพราะยังไม่มีใครทราบว่ามีลูก เมียหลวงจึงวางแผนชั่วร้าย คือยืนยันกับแขกที่งานศพว่าเด็กเป็นลูกของเขา ไม่ใช่ของเมียน้อย เนื่องจากกฏหมายของทิเบตกำหนดว่าทรัพย์สมบัติของเศรษฐีทั้งหมดต้องตกเป็นของลูกชายคนเดียว

เมียหลวงและเมียน้อยพร้อมกับลูก พากันเข้าไปในเมืองหลวงโดยทั้งสองคนต่างยืนกรานว่าเด็กเป็นลูกของตน คดีขึ้นศาล ผู้พิพากษาฟังผู้หญิงสองคนพูด ต่างคนต่างร้องไห้ขอความยุติธรรม ผู้พิพากษาดไม่ออกว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ท่านจึงสั่งให้ผู้หญิงทั้งสองไปจับลูกคนละแขน และให้ดึง ท่านสั่งว่าคนที่เป็นแม่จริงจะต้องดึงแรงกว่าคนที่ไม่ใช่แม่ พูดง่ายๆว่าให้มีการชักเย่อลูก คนที่เอาชนะได้ก็จะถือว่าเป็นแม่ ทั้งสองก็ทำตามคำสั่งผู้พิพากษา ดึงไปดึงมา เด็กเล็กๆ ก็ร้องไห้ ทรมาน เมียน้อยเห็นลูกร้องไห้ทนไม่ไหวเลยปล่อย ยอมแพ้ดีกว่าจะให้ลูกเป็นทุกข์อย่างนี้ ถ้าดึงต่อไปอีก ลูกอาจถึงตายได้ ก็จำเป็นต้องปล่อยแขนของลูก เมียหลวงก็ร้อง "ไชโย! ชนะแล้ว" ยิ้มบาน แต่ผู้พิพากษากลับสั่งเจ้าหน้าที่เอาลูกไปให้เมียน้อย

เมียหลวงแชมป์ชักเย่อลูกก็งง "ทำไม" เขาร้อง "อย่างนี้ไม่ยุติธรรม" เขาแย้ง ผู้พิพากษาดุ บอกว่าพอแล้ว ยุติธรรมแล้ว ผู้ยอมปล่อยนั้นแหละต้องเป็นแม่จริง คนนั้นแสดงความรักของแม่เพราะเห็นความทุกข์ของลูกเป็นเรื่อง สำคัญยิ่งกว่าความต้องการหรือความรู้สึกของตนเอง ในที่สุด เมียน้อยก็ได้ลูกกลับมาและได้ทรัพย์สมบัติตามกฏหมาย ... จบ ...

... แต่อาตมาไม่อยากให้จบตรงนี้ ถ้าอาตมาเป็นผู้เขียน ตอนท้ายเรื่องจะให้ผู้เป็นแม่จริงแบ่งสมบัติไว้ให้เมียหลวงสักครึ่งหนึ่ง เพราะชนะแล้วควรให้อภัย น่าเห็นใจเมียหลวงว่า เขาทำน่าเกลียดอย่างนี้เพราะไม่มีลูก และกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง เดี๋ยวนี้เขาเป็นแม่ม่ายเสียแล้ว ไม่มีใครดูแล ไม่มีใครเลี้ยง ถ้าเมียน้อยไม่ช่วยเขา ใครจะช่วย ยิ่งขึ้นศาลในเรื่องอื้อฉาวก็ต้องคกเป็นขี้ปากของสังคมแน่ๆ คงเป็นที่รังเกียจของชาวบ้าน ...

No comments:

Related Post