Monday, October 27, 2008

ฟังให้ดี ... มีดีแน่นอน

คุณเชื่อไหมว่า การพัฒนาทักษะการฟัง จะช่วยให้คุณก้าวไกลในอาชีพการงาน
ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้ นักวิชาการชื่อดังจากสถาบันธุรกิจชั้นนำเดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมด้วยเครื่องฉายสไลด์ เขากล่าวแนะนำตัวเองกับลูกค้าบริษัทที่นั่งอยู่กว่าครึ่งห้อง จากนั้นจึงปิดไฟ แล้วเริ่มบรรยายประกอบการฉายสไลด์ แต่เขาหารู้ไม่ว่าเขากำลังทำสิ่งผิดพลาดบางอย่าง




เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ปรึกษาทางธุรกิจของบริษัทเป็นผู้เชิญนักวิชาการท่านนี้มาบรรยายให้ลูกค้าของเธอ เธอบอกแนวทางให้เขารับทราบอย่างชัดเจนล่วงหน้าว่า ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง เช่น ให้แต่งกายสบายๆ ไม่มีการฉายสไลด์ และไฟในห้องต้องเปิดสว่างอยู่ตลอดเวลา

นักวิชาการที่มาบรรยายละเลยคำแนะนำที่ดูเหมือนไม่สำคัญโดยไม่ตั้งใจ ที่สำคัญคือ เขาไม่สนใจความรู้สึกหรือความต้องการของลูกค้าเลย แต่ก็นั่นแหละ บทเรียนของนักวิชาการท่านนี้นับว่าแพงลิบลิ่ว เพราะเขาหมดโอกาสที่จะได้เป็นที่ปรึกษาพร้อมกับเงินตอบแทนอันสูงลิบลิ่ว

การรู้จักฟังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสัมพันธภาพของบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน เพราะอะไร เพราะถ้าคุณขาดทักษะนี้ คุณจะขาดข้อมูลสำคัญต่อการทำงาน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานต่างก็รู้ดีว่า การตั้งใจฟังจะชวยให้เห็นปัญหาที่แฝงเร้นอยู่ รวมทั้งแนวโน้มและโอกาสใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ทางแก้อย่างสร้างสรรค์

ยังไม่สายเกินไป ถ้าคุณจะลองทำตามวิธีเหล่านี้

ควบคุมอารมณ์ หลายคนคงจะไม่รู้ว่า อารมณ์ของเรานั่นแหละที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงต่อการฟังของเราเอง เพราะอารมณ์นั้นเติมสีสันให้กับสิ่งที่เราได้ยิน และปิดกั้นเราไม่ให้สนใจเรื่องที่กำลังพูดกัน เพราะฉะนั้น ถ้าคัณจะฟังเจ้านายพูดหรือฟังลูกค้าพูด ลองขจัดอารมณ์ไม่พอใจ วิตกกังวล ตื่นเต้น ฯลฯ ให้ออกไปจากจิตใจ สูดหายใจลึกๆ ช้าๆ เข้าเต็มปอดและตั้งใจฟังให้เต็มที่

อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณควรจะรู้ไว้ คือเราคิดเร็วกว่าพูด ถ้าเราเพ่งความสนใจไปที่คำพูดจะช่วยให้เราคิดช้าลง นอกจากนี้ ตอนที่คุณฟัง ควรจะสังเกตรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับตัวผู้พูดด้วยนะคะ เช่น พูดเร็วไปไหม ท่วงท่าเป็นมิตรหรือไม่ ประสานสายตาระหว่างพูดหรือไม่ ฯลฯ

ลองฟังความคิดเห็นของผู้ที่อยู่ในฐานะต่ำกว่า วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือเจ้าของบริษัทนะคะ คือผู้บริหารควรจะเปิดโอกาสให้มีการสื่อสารกันนอกเหนือจากระบบรายงานตามปกติค่ะ การเปิดกว้างให้มีการสื่อสารกันอย่างไม่เป็นทางการจะทำให้ผู้บริหารได้ความคิดดีๆ จากพนักงานบริษัท มีหลายกรณีมากมายที่บริษัทเจริญเติบโต มีกำไรมากมายเพราะฟังความคิดเห็นของพนักงานนี่แหละค่ะ

ฟังและคิดตอบโต้ เคล็ดลับของการสนทนาที่ดีคือ ถามคำถามเหมาะๆ การตั้งคำถามแบบเปิดกว้างเป็นหัวใจของการทำงานที่ดี ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพใดก็ตาม ผู้สัมภาษณ์งานลองใช้คำถามนี้ดูสิคะ 'ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร' แล้วคุณจะได้ข้อคิดอะไรดีๆ อีกมาก

อย่าด่วนสรุป สำหรับนักแก้ปัญหา หรือมีปัญหามาให้แก้อยู่เสมอๆ ควรจะฟังเรื่องราวให้จบก่อนที่จะสรุปประเด็นออกมานะคะ ถ้าคุณโต้ตอบเร็วเกินไป จะทำให้ผู้พูดขาดความมั่นใจ แล้วคุณจะพลาดโอกาสเก็บเกี่ยวข้อมูลสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ลุล่วง

เข้าใจความต้องการของผู้อื่น สตีเฟน อาร์ โควี (Stephen R. Covey) ผู้เขียนหนังสือคลาสสิก The 7 Habits of Highly Effective People หรือ 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง บอกว่า 'ถ้าคุณต้องการให้ผู้อื่นฟังคุณ คุณต้องฟังและเข้าใจผู้อื่นก่อน ต่อเมื่อเข้าใจความต้องการของผู้อื่นแล้ว จึงค่อยโน้มน้าวให้เขาทำตามคุณ'

นักธุรกิจเก่งๆ จะฟังเรื่องราวความเดือดร้อนหรือความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง เพื่อนำมาใช้เป็นข้อได้เปรียบ เซลส์แมนหรือผู้เจรจาต่อรองกับลูกค้าลองใช้วิธีนี้ก็ได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าไม่ได้คิดว่าราคาเป็นเรื่องใหญ่ แต่กลับกังวลเรื่องความปลอดภัยเรื่องการขนส่งมากกว่า ถ้าเซลส์แมนจับประเด็นเก่งๆ ล่ะก้อ เขาสามารถปิดการขายได้แน่ๆ

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากจะเข้ากับผู้อื่นได้ดี ประสบผลสำเร็จในชีวิต ลองออกไปฟังผู้อื่นพูดนะคะ ที่สำคัญคือ อย่ามัวหมกมุ่นอยู่กับความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เพราะว่า ถ้าคุณฟังให้ดี คุณจะมีดีแน่นอนค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ความลับ ... การต่อรองให้ได้เปรียบ
คู่มือ ... ฟันฝ่ามรสุมชีวิต

No comments:

Related Post