Sunday, October 5, 2008

คุณมีเคราะห์จริงหรือ?!? Bad Luck or Good Luck?!?

เมื่อเร็วๆ นี้ได้อ่านบทความธรรมะ 'มองให้เป็น ก็เห็นสุข' ในหนังสือ 'มีใจเป็นมิตร มีจิตเป็นเพื่อน' ของพระไพศาล วิสาโล เป็นเรืองราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่โชคร้ายมาโดยตลอด แต่ตัวเธอเองไม่เคยคิดเดือดเนื้อร้อนใจแม้แต่นิดเดียว ลองอ่านดูนะคะ แล้วเราจะมีกำลังใจหรือพลังใจมากเลยค่ะ


ใครที่คิดว่าตัวเองโชคร้ายหรือเป็นคนอับโชคมีเคราะห์ อยากให้ฟังเรื่องนี้ดู แล้วก็มาเปรียบเทียบกับตัวเองดูว่าเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของผูหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 50 เศษ ชีวิตของเธอเรียกว่าเจอแต่ความทุกข์ และสิ่งที่ไม่คาดฝันมาโดยตลอด อายุ 2 เดือนพี่เลี้ยงทำตกน้ำ กว่าจะช่วยขึ้นมาได้ก็สำลักน้ำกับน้ำมัน เพราะแถวนั้นมีเรือและยังมีถังน้ำมันในเรือ 8 ขวบก็ตกน้ำอีกเกือบจะช่วยไม่ทัน ดำผุดขึ้นมา 2 ครั้งไม่มีใครเห็น ครั้งที่ 3 พ่อเห็นก็เลยช่วยเอาไว้ได้ ตกน้ำ 2 ครั้งนั้นมีผลกระทบต่อระบบประสาทเรื่อยมา เวลาเจอแดดร้อนๆ นี่จะเป็นลม บางที่ร้องให้มากๆ ถึงกับสลบไปเลย อยู่มาอีก 2 ปี แม่ก็เสียชีวิต พ่อทำใจไม่ได้ เครียด จนเป็นอัมพาต ตอนหลังก็เสียชีวิต ทิ้งหนี้สินให้กับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งชือเกษมสุข ภมรสถิตย์ ชื่อเพราะ แต่ว่าเจอทุกข์มาโดยตลอด อายุ 19 ก็ต้องเป็นหลักในครอบครัว ต้องเลี้ยงน้องอีก 4-5 คน จากบ้านที่เคยอยู่เป็นหลักแหล่ง ก็ต้องไปอยู่บ้านเช่าเล็กๆ ต่อมาก็แต่งงาน ชีวิตก็น่าจะมีความสุขได้ ถ้าหากว่าลูกที่ออกมาไม่เกิดพิกลพิการ เพราะว่าหมอเอาคีมดึงหัวลูกออกมา คงจะดึงแรงเกินไปทำให้กระทบกระเทือนถึงสมอง กลายเป็นเด็กปัญญาอ่อน หมอบอกว่าคงจะมีอายุอีกไม่นาน แต่เธอก็สามารถเลี้ยงลูกจนโตได้

คลอดลูกออกมาไม่นานก็เป็นเนื้องอกที่มดลูก เข้าโรงพยาบาลผ่าตัด ปรากฏว่าหมอผ่าผิดข้าง คือเอาข้างดีออกไป ส่วนที่ไม่ดียังค้างไว้ หมายความว่าต้องกลับไปผ่าใหม่ คราวนี้ก็หมายความว่าตัดหมดเลย พอตัดหมดก็ไม่มีฮอร์โมน พอไม่มีฮอร์โมนก็ต้องกินฮอร์โมนทดแทน ทำให้เป็นโรคกระดูกผุ เป็นคนที่กระดูกผุง่ายมากซึ่งกลายเป็นปัญหากับเธอภายหลัง ชีวิตต่อมาก็มีปัญหาอีก สามีทิ้งเพราะว่าคงจะทนอยู่รับภาระเลี้ยงลูกซึ่งปัญญาอ่อนไม่ได้ ทิ้งลูกไป ตัวเองตอนนั้นอายุ 26 เอง ต้องเลี้ยงลูก เป็นอันว่าต้องมาช่วยตัวเองกันใหม่

ต่อมาก็เกิดอุบัติเหตุอีก นั่งรถอยู่ดีๆ ก็มีรถฝ่าไฟแดงพุ่งเข้ามาชน ปรากฏว่ากระดูกต้นคอหักไปทับเนประสาท ทำให้เกือบจะขาดเลย หมายความว่า ตั้งแต่ต้นคอลงไปนี่เป็นอัมพาต เคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องเข้าโดรงพยาบาลแน่นิ่งอยู่ 2 เดือนเต็ม ทีแรกก็นึกว่าจะไม่รอด หรือถึงรอดก็ต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต แต่เดชะบุญยังรอดมาได้ สามารถเดินเหินเป็นปกติ

หลังจากนั้นก็เจออุบัติเหตุอีก รถที่ตนนั่งเกิดแหกโค้งไปชนเสาไฟฟ้า เธอแขนหักเป็น 2 ท่อน แต่ที่หนักก็คือว่า ก้านเกียร์หักทิ่มเข้าไปในทองขณะที่กำลังช่วยคนขับรถอยู่ ผลก็คือตับแตก หลังจากนั้นก็ยังเจออุบัติเหตุอีกหลายครั้ง แม้กระทั่งก่อนไปออกรายการ 'เจาะใจ' ก็เกิดอุบัติเหตุรถที่นั่งมาถูกรถอีกคันหนึ่งชน แต่ว่ายังทนได้ ออกรายการเสร็จแล้วจึงค่อยไปหาหมอ

--- ถามว่ามีใครที่เจอชะตากรรมซ้ำซากแบบนี้บ้าง แต่ที่พิศวงก็คือว่า ผู้หญิงที่ชื่อเกษมสุขคนนี้เธอไม่ได้รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาเลย กลับมีความหวังกับชีวิตอยู่เสมอ ไม่ได้มีความท้อแท้ท้อถอย หรือรู้สึกว่าถูกชะตากรรมทำร้าย ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ---

--- เธอบอกว่าเธอต้องทำใจให้เข้มแข็ง เพราะว่าถ้าตัวเองใจไม่เข้มแข็งคนที่มาเยี่ยมก็จะฝ่อ เมื่อคนมาเยี่ยมฝ่อห่อเหี่ยวก็จะมีผลกลับมาที่ตัวเองซึ่งเป็นผู้ป่วย ก็เลยต้องทำใจให้รู้สึกเข้มแข็ง และก็ทำใจได้ไม่ยาก แต่ปัญหาก็คือว่า คนที่มาเยี่ยมไม่ใช่แค่ทุกข์ที่เห็นเธอเป็นอัมพาตเท่านั้น แต่ยังเอาความทุกข์ของตัวเองมาเล่าให้คนป่วยฟัง คนป่วยเลยกลายเป็นที่รับระบายความทุกข์ของคนมาเยี่ยมซึ่งมีอาการปกติครบ 32 ทุกประการ ทีนี้ทำอย่างไร เธอแนะให้คนมาเยี่ยมนั่งสมาธิ เพราะหากอยู่เฉยๆ ก็มีแต่จะเอาเรื่องทุกข์ร้อนมาใส่ตัวเอง แล้วก็มาใส่คนป่วยด้วย กลายเป็นว่า ในขณะที่ป่วยเธอก็ต้องสอนสมาธิคนที่มาเยี่ยม คนป่วยกลับมีอาการปกติทางใจ ในขณะที่คนมาเยี่ยมกลับทุกข์ แล้วคนป่วยก็กลับกลายเป็นครูบาอาจารย์ให้กับคนมาเยี่ยม ---

เป็นอย่างไรคะ เรื่องราวชีวิตของคุณเกษมสุขผู้นี้ ให้ข้อคิดและแรงบันดาลใจกับเรามากนัก ถ้าเรามีทัศนคติความคิดอย่างเธอ การมองโลกของเราก็จะดีขึ้นทุกๆ วัน

No comments:

Related Post